5 ปัจจัยที่มีผลต่อการจัดอันดับเว็บไซต์

No Comments
5 ปัจจัยที่มีผลต่อการจัดอันดับเว็บไซต์

5 ปัจจัยที่มีผลต่อการจัดอันดับเว็บไซต์

การทำ seo 2017 – คงเป็นเรื่องที่น่าดีใจ หากเว็บไซต์เราเป็นที่รู้จักของคนจำนวนมาก เพราะจะทำให้เกิดผลลัพธ์ตามมา เช่น มียอดขายสินค้าเพิ่มขึ้น มีภาพลักษณ์ของธุรกิจดีขึ้น แต่กว่าจะเกิดผลลัพธ์ดังกล่าว มันคงไม่ใช่แค่ว่า เรามีโครงสร้างเว็บไซต์ดีแล้วทุกอย่างจบ เรายังจำเป็นต้องเรียนรู้เพิ่มขึ้นมาอีกว่า ปัจจัยภายใน-ภายนอก ที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์มีอะไรบ้าง โดยเฉพาะ 5 ปัจจัยที่สำคัญที่สุดที่มีผลต่อการจัดอันดับเว็บไซต์ ดังนี้

1. Content

เราพูดถึง Content เป็นอันดับแรกเลย ซึ่งอาจจะครอบคลุมทั้ง เสียง ภาพ เนื้อหาข้อความ วีดีโอ เพราะหาก Content ไม่มีประโยชน์ ไม่น่าสนใจ ไม่ตอบโจทย์ เว็บไซต์นั้นก็ไร้ค่า เป็นเพียงเว็บแห้งๆ ที่ไม่มีความเคลื่อนไหว หรืออัปเดต Contentอะไรเลย ลองคิดดูหากเป็นเราเอง เราก็คงไม่ชอบและไม่อยากจะเสียเวลาท่องเว็บไซต์นั้น และคงยากที่จะอยากกลับมาที่เว็บนั้นอีก แต่ถ้าเว็บไซต์นั้นมี Content ดี บทความมีคุณภาพ อย่าว่าแต่คนอ่านชอบเลย GoogleBot อ่านก็ชอบเหมือนกัน

ว่าด้วยเรื่องบทความ ซึ่งเป็น content ที่สำคัญ ให้ความรู้แก่ผู้อ่าน ก็จะต้องมีการจัดวาง Keyword ที่เหมาะสม เพราะบางครั้งคุณยัดเยียด Keyword มากเกินไป มันจะดูผิดปกติในสายตาของ Google แต่จุดที่คุณไม่ควรพลาดที่จะใส่ Keyword ลงไป คือ ในชื่อของบทความ ส่วนความหนาแน่นอาจจะอยู่ในช่วงโปรยของบทความ และบทสรุป ซึ่งเราจะพูดถึงรายละเอียดของการจัดวาง Keyword ในตอนถัดไป

เนื้อหาในบทความที่ดี ต้องมีความสด ใหม่ ไม่ซ้ำกับที่อื่น ซึ่งหากคุณไม่มีเวลา เราแนะนำให้คุณใช้บริการรับเขียนบทความแต่สิ่งที่สำคัญไม่ว่าจะเขียนเอง หรือจ้างเขียน บทความนั้นจะต้องไม่ไปคัดลอกงานของผู้อื่น เพราะเท่ากับเป็นการลดระดับความน่าเชื่อของเว็บ Google เขาไม่โปรดนะ หากพบเนื้อหาที่ซ้ำกัน Google จะมองว่างานเขียนชิ้นนั้นไม่ได้เพิ่มคุณค่าให้กับผู้อ่าน นั่นจะส่งผลให้อันดับ SEO ของคุณแย่ลง

2. Click Trough Rate (CTR)

สถิติที่สำคัญที่ Google นำมาวิเคราะห์ในการจัดอันดับเว็บไซต์ คือ ค่า CTR หรือ Click Trough Rate คำนวณได้จาก “จำนวนครั้งที่เกิดการคลิกเข้าเว็บ หารด้วยจำนวนครั้งของการแสดงผล คูณ 100”  ก็จะได้ค่าออกมาเป็นร้อยละ (%) เช่น เว็บคุณแสดงผลการค้นหาทั้งหมด 2,000 ครั้ง แต่มีคนคลิก 200 ครั้ง แสดงว่ามีค่า CTR 10% หากค่านี้ยิ่งสูง แสดงว่ายิ่งดี แปลว่าเนื้อหา ภาพ วีดีโอ หรือโฆษณาในเว็บไซต์คุณมีประสิทธิภาพ เว็บคุณจะได้คะแนนจัดอันดับดีขึ้น
อ่านมาถึงตอนนี้แล้วคุณจะเห็นภาพของความสัมพันธ์ระหว่าง CTR กับ Content  เพราะหาก Content ไม่น่าสนใจ (รูปภาพ ข้อความ วีดีโอ ) เราเห็นเราก็คงไม่อยากเสียเวลาคลิก เมื่อเทียบกับอีกเว็บที่ดูแล้ว น่าจะตอบโจทย์การค้นหาของเราได้มากกว่า

3. ปริมาณและคุณภาพของ Traffic 

เมื่อมี Content ที่ดี แต่หากไม่มี Traffic เลย ก็คงเป็นเรื่องน่าเศร้า Google คงจะให้คะแนนเว็บคุณได้ไม่มากเท่ากับเว็บที่มี ปริมาณ Traffic สูงๆ คุณจึงต้องพึ่งพา Traffic ในการทำ SEO  ลองนึกดูว่าหากเราเปิดเว็บไซต์ขายเครื่องสำอางขึ้นมา และมีคนเข้ามามากๆ แถมยังใช้เวลาอยู่หน้าเว็บไซต์นานๆ แบบนี้สะท้อนว่าเว็บเรามีคุณภาพในระดับหนึ่งแล้วนะ  เพราะมัน สามารถตอบโจทย์เรื่องเครื่องสำอางให้เขาได้ แต่ไม่ใช่เพียงแค่เข้าเว็บแป๊ปเดียวแล้วปิดหนีไปคลิกเว็บอื่น แบบนี้ Google ให้คะแนนที่ไม่ดีเป็นแน่
นอกจากปริมาณ Traffic แล้วคุณภาพของ Trafiic ก็สำคัญไม่แพ้กัน โดยหลักเกณฑ์ที่ใช้วัดด้านคุณภาพของ Traffic จะดูหลายทั้งค่าทางสถิติ เช่น ค่า Bounce Rate (อัตราการตีกลับ) และ Click Trough Rate (CTR) และดูที่คุณภาพของ Content  ด้วย
แล้ว Traffic เราจะหามาจากไหนเยอะแยะ เอาที่ใกล้ตัวที่สุด คือ social network อย่าง facebook ,twitter, instagram เป็นต้น พูดง่ายๆ ก็คือ เวลาที่เราคลิกเข้าเว็บไซต์เมื่อเห็นลิงก์จาก facebook แถมเรายังแชร์ให้เพื่อนอีกด้วย คนอื่นก็คลิกต่ออีก (ถ้า content โดนใจนะ) พวกนี้เป็นที่มาของ Traffic สมัยใหม่ที่นัก SEO ให้ความสำคัญมากในปัจจุบัน นอกจากนี้ก็มี Traffic ที่มาจาก Backlinks เช่นเวลาเรากำลังอ่านบทความในเว็บหนึ่ง เราก็จะคลิกเข้าไปอีกเว็บตาม Link ของบทความนั้นๆ เป็นต้น

4. ปริมาณและคุณภาพของ Backlinks

Google ไม่ได้เน้นแค่ปริมาณของ Backlinks แต่เน้นด้านคุณภาพด้วย เช่น เนื้อหาของเว็บไซต์อื่นที่ชี้กลับมาที่เว็บไซต์ของเราควรมีเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกันไม่มากก็น้อย เช่น เว็บไซต์คุณ มีเนื้อหาเกี่ยวกับ “รถจักรยานยนต์” เว็บอื่นที่ Backlinks มาที่เว็บคุณก็ควรจะเป็นเว็บที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับรถจักรยานยนต์ด้วย เช่น บริการซ่อมรถจักรยายนต์ รถจักรยานยนต์มือสอง เป็นต้น ถ้าเป็นลักษณะนี้ Google จะให้คะแนนมากกว่า การที่มี Backlinks จำนวนมาก แต่เนื้อหาไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกันเลย

5. Mobile Friendly 

Google Analytic จะบอกคุณได้ว่า Traffic ที่เข้ามาในเว็บนั้นมาจากช่องทางใดบ้างและมีสัดส่วนของ Mobile Search มากเท่าไหร่..ไม่ต้องแปลกใจเลยว่าสัดส่วน  Mobile Search น่าจะมากเป็นอันดับ 1 นี่จึงเป็นเหตุผลที่ Google ให้ Ranking ที่ดีกับเว็บไซต์ที่รองรับการใช้งานบนโทรศัพท์มือถือ หรือ Mobile Friendly Websites เพราะสะดวกต่อการใช้งานของผู้คนที่ search จาก  Mobile แต่หน้าตาเว็บก็อ่านง่ายเหมือนกับบน Desktop  ดังนั้น การสร้างเว็บไซต์จะต้องสามารถแสดงผลการใช้งานได้ดีกับทุกอุปกรณ์ หรือที่เรียกว่า Responsive เว็บไซต์
ท้ั้งหมดนี้ คือ สิ่งที่เราต้องพัฒนาในการทำ SEO เพื่อให้เว็บไซต์ของเราขึ้นไปอยู่ในหน้า 1 ของ Google ให้ได้ เพราะเราทำมาค้าขาย “ทำเลดี มีชัยไปกว่าครึ่ง” น่าจะยังใช้ได้เสมอ

About us and this blog

We are a digital marketing company with a focus on helping our customers achieve great results across several key areas.

Request a free quote

We offer professional SEO services that help websites increase their organic search score drastically in order to compete for the highest rankings even when it comes to highly competitive keywords.

Subscribe to our newsletter!

No Comments

    All Website Tags

    google bot คือ google bot ดีอย่างไร local seo คืออะไร local seo ดีอย่างไร local seo ทำอย่างไร local seo ส่งผลอย่างไร search engine ประโยชน์ seo คืออะไร seo จะเป็นอย่างไร seo ดีอย่างไร seo ต่างจากเดิมอย่างไร seo ทำงานอย่างไร seo มีประโยชน์ seo ย่อมาจาก seo สำคัญ seo สำคัญอย่างไร seo หมายถึง seo เปลี่ยนแปลงอย่างไร seo แปลว่า seo ในช่วง 5 ปี seo ในรอบ 5 ปี traffic คืออะไร traffic มีผลต่อ seo การตลาด seo การทำ local seo ขั้นตอนการทำ seo ขั้นตอนการทํา seo สําหรับมือใหม่ ขั้นตอนทำ seo ข้อดีของ local seo ข้อดี ข้อเสีย seo คุณภาพของ traffic ทำตลาดด้วย seo ทำไม seo ทำไมต้องทำ seo ธุรกิจออนไลน์กับ seo วิธีการทำ seo ขั้นพื้นฐาน วิธีทำ seo วิธีหา traffic วิธีหาคนเข้าเว็บ วิธีเอาใจ google bot หน้าที่ของ google bot อนาคตของ seo เครื่องมือ seo แนวทางหาคนเข้าเว็บ แนวโน้ม seo

    Leave a Comment